11. September 2013
สถานที่ที่เต่าเขียวอยากจะพาไปชมกันในวันนี้ เป็นชิ้นพิเศษสุดค่ะ เพิ่งได้รับการสถาปนาเป็น มรดกโลก ยูเนสโก้เมื่อกลางปี 2013 นี้เอง คือ Bergpark (สวนบนเขา) หรือ Schlosspark (สวนวัง) Wilhelmshöhe ค่ะ อยู่ในเขตเมือง Kassel รัฐ Hessen ประเทศเยอรมัน Bergpark หรือ สวนบนเขาแห่งนี้ นับเป็นสิ่งมหัษจรรย์อย่างหนึ่งเลยทีเดียวค่ะ ยากที่จะหาสวนใดมาเทียบได้ ซึ่งเต่าเขียวจะขอเล่ารายละเอียดให้ฟังในภาพต่อ ๆ ไป

รูปแรกเป็นผังแสดงบริเวณของสวนซึ่งอยู่บนเขา ใครที่อยากจะไปเที่ยวสวนนี้ควรมีความอดทนในเรื่องการเดินหน่อยนะคะ รองเท้าต้องใส่สบาย อย่าลืมพกน้ำดื่มไปด้วย รวมทั้งกล้องถ่ายรูปที่แบตตารีชาร์จไฟไว้เต็มที่ ไม่อย่างนั้นแล้วคุณจะเสียใจ
รูปที่สองเป็นรูปที่ถ่ายจากตีนเขามองขึ้นไปยังยอดเขาซึ่งมีรูปปั้นผู้ชายเปลีอยยีนอยู่บนยอดหอสูง นั่นคือ Herkules ค่ะ และถ้ามองไปที่ฐานเห็นเป็นเส้นสีขาว และที่ดูคล้ายบันไดสีขาวนั่นคือน้ำตก น้ำตกนี้จะมีให้ดูเฉพาะในฤดูร้อน ทุกวันพุธและวันอาทิตย์ หรือวันพิเศษอื่น ๆ เท่านั้น น้ำจะเริ่มไหลออกมาจากส่วนบนซึ่งอยู่ประมาณปลายเส้นสีขาวข้างบนในรูป ตอนบ่ายสองครึ่ง ครั้งเดียวเท่านั้น

รูปปั้น Herkules ดูใกล้ ๆอีกที ถ่ายจากฐานหอสูง เอกลักษณ์ของสวนนี้อยู่ที่น้ำตกและน้ำพุทั้งหมดในสวนนี้ เป็นสิ่งที่ทำขึ้นโดยไม่ได้ใช้เครื่องปั๊มหรือมอเตอร์อย่างใดทั้งสิ้น เป็นพลังจาก ธรรมชาติล้วน ๆ ค่ะ สวนนี้ถูกสร้างขึ้นมาเมื่อประมาณ 300 กว่าปีก่อน โดยเจ้าเมืองในสมัยนั้นได้ให้ช่างสถาปนิคชาวอิตาลีเป็นผู้ออกแบบและสร้าง
(รูปนี้เป็นภาพทางเดินขึ้นสู่ชั้นบนของน้ำตก) ผู้ที่เคยเข้ามาอ่านบล็อกสวนสวยแล้วคงทราบว่า ในสมัยเมื่อหลายร้อยปีก่อน การสร้างสวนสวย ๆ เช่นสวนบาร็อคของเมืองฮันโนเวอร์ เยอรมัน หรือ สวนของวัง Het Loo ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ ล้วนทำออกมาอย่างสวยงามสุด ๆ เพื่อเป็นการประดับหน้าตาของผู้ครองเมือง นอกจากวังที่ประทับจะอลังการแล้ว สวนก็ต้องอลังการด้วย จุดประสงค์ของผู้ครองเมือง Kassel ที่คิดสร้างสวนเขาแห่งนี้ในตอนนั้นก็เช่นเดียวกัน แปลนสวนดั้งเดิมนั้นอลังการกว่าสวนในตอนนี้มาก แต่พอลงมือทำจริง ๆ ค่าก่อสร้างมันเกินงบไปมาก ก็เลยได้แค่นี้ ผู้ครองเมืองนี้ในสมัยต่อ ๆ มา ก็ให้มีการสร้างสวนเพิ่มเติมจากเดิม ตามแฟชั่นในยุคสมัยนั้น ๆ ซึ่งไม่ใช่ในสไตล์สวนบาร็อคแบบตอนเริ่มสร้าง
ภาพนี้เราจะเห็นคล้ายขั้นบันได เป็นทางไหลของน้ำตกในสไตล์บาร็อค แต่ไม่มีน้ำ เต่าเขียวถ่ายภาพหลังจากเขาปล่อยน้ำออกไปแล้ว ถ้าใครไปแบบไม่เจอตอนปล่อยน้ำ ก็จะเห็นสวนในลักษณะนี้ ซึ่งก็นับว่าสวยงามมากอยู่แล้ว จะเห็นวิวของเมือง Kassel อยู่ไกลออกไป
ภาพนี้ก็เช่นกัน ถ่ายจากฐานหอสูงของ Herkules - คราวนี้คงสงสัยกันแล้วใช่มั้ยคะ ว่าเค้าทำยังไงให้น้ำตกลงมาจากเขาได้โดยไม่ต้องใช้มอเตอร์สูบน้ำขึ้นไปไว้ข้างบนก่อน ถ้าเราลองมองดูทำเลของน้ำตกเทียมแห่งนี้ จะเห็นว่า อยู่ในบริเวณที่มีเขาล้อมอยู่หลายลูก
สมัยก่อนนั้นมีการจัดการระบายน้ำบนเขาเพื่อใช้เนื้อที่สำหรับทำการเกษตรหรือ เลี้ยงสัตว์ มีการสร้างสระสำหรับรองรับน้ำ ซึ่งสระแบบนี้อยู่หลังหอสูงซึ่งเป็นที่ตั้ง Herkules แต่จำนวนน้ำที่คิดว่าจะเอามาทำเป็นน้ำตกในช่วงบน และให้พุ่งเป็นน้ำพุสูงในตอนจบที่หน้าวังนั้น มันน้อยเกินไป ช่างสถาปนิคผู้ชำนาญชาวอิตาลี ได้คิดวางแผนต่อท่อจากสระเก็บน้ำจากเขาอีกลูกหนึ่งให้น้ำไหลถึงสระหลัง Herkules นี้ จึงทำให้น้ำมีแรงดันมากพอ
ในวันที่ท้องฟ้าสดใสอย่างวันนี้ จากยอดน้ำตกนี้ เราสามารถมองเห็นตัวเมือง Kassel ได้อย่างชัดเจน อากาศบริสุทธ์และวิวสวยมาก เต่าเขียวได้มาเที่ยวที่นี่เป็นครั้งที่สองแล้ว ครั้งแรกมาไม่ทันน้ำตก เพราะคิดว่าจอดรถที่ตีนเขาแล้วเดินขึ้นเขาไปจนถึงยอด และจะเดินตามน้ำตกกลับลงมา แต่ปรากฏว่าใช้เวลาเดินขึ้นนานเกินไป และเหนื่อยมาก ไปไม่ทันตอนเขาเปิดน้ำ ครั้งที่สองจึงใช้วิธีนั่งรถเมล์ซึ่งมีวิ่งถึงยอดเขาขึ้นไปถึง Herkules และเดินลงพร้อม ๆ กับน้ำตก ทำให้ไม่เหนื่อยมาก
ภาพนี้เป็นรูปปั้นจากเทพนิยาย ตั้งประดับอยู่ริมสระน้ำซึ่งอยู่สูงนับเป็นชั้นที่สองจากยอดเขา รูปปั้นเทพนิยายทั้งสองนี้กำลังทำท่าเป่าแตร ตอนที่น้ำไหลลงมาถึงชั้นนี้ เสียงของแตรก็จะดังสนั่นหวั่นไหว ตรงนี้ก็มีการใช้แรงดันของน้ำมาทำให้เกิดเสียงแตรดังด้วย - โปรดดูวีดีโอท้ายบทความ
นี่คือภาพตอนที่น้ำกำลังตกลงมา และมีน้ำพุพุ่งขี้นมาจากก้อนหิน ซึ่งก้อนหินตรงที่น้ำพุพุ่งขึ้นมานี้ ทำเป็นรูปหน้าคน เหมือนกำลังพ่นน้ำออกจากปาก คงจะเป็นเทพเจ้าอะไรซักอย่าง อันนี้เต่าเขียวไม่ทราบแน่
และที่เห็นนี่คือน้ำที่ตกลงมาตามขั้น วันนั้นที่เต่าเขียวไปกะไปวันพุธแล้ว เพราะคนจะน้อยกว่าวันอาทิตย์มาก แถมฝนตกด้วย แต่จำนวนคนที่ไปเที่ยววันนั้นก็ยังมีจำนวนมากอยู่ดี
น้ำที่ตกลงมาเป็นขั้น ๆ มันก็ไม่ได้ตกลงมาแตกกระจายแบบธรรมชาติ หากแต่ถูกทำให้ตกลงมาแลดูเป็นแผ่น เหมือนพรมแก้วที่ปูลาดลงมาจากยอดเขา
น้ำตกที่ไหลลงมาจากข้างบนก็จะไหลผ่านจุดต่าง ๆ หลายจุด ซึ่งสวยงามมากทุกจุด เช่นจุดที่เสียงแตรดัง ข้างบน จะเป็นจุดที่มีคนออดูกันอยู่มาก ส่วนจุดถ้ำเทพเจ้าเนปจูนที่เห็นข้างล่างนี้ ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่มีคนออดูน้ำตกกันมากกว่าจุดที่เสียงแตรดัง เราจะเห็นน้ำตกในระยะช่วงที่สองที่ไหลลงมาจนถึงตกที่หน้าถ้ำเทพเจ้าเนปจูน
ภาพนี้เราจะเห็นรูปปั้นเทพเจ้าเนปจูนนั่งอยู่ในถ้ำและน้ำตกหน้าถ้ำ การไปชมน้ำตกที่นี่แม้คนจะเยอะ แต่เราก็สามารถมองเห็นได้ชัดทุกจุด และอีกอย่างที่อาจกังวลกันว่า จะวิ่งตามดูน้ำไม่ทันนั้น เต่าเขียวขอบอกว่า ไม่ต้องกังวลค่ะ เราสามารถเดินแบบสบาย ๆ สามารถเดินทันน้ำได้ทุกจุด

สะพานที่เห็นนี่ก็เป็นจุดที่น่าสนใจจุดต่อไป เราจะเห็นว่า น้ำตกสไตล์บาร็อคนั้นจบที่ข้างบนแล้ว น้ำตกที่สะพาน(Teufelsbrücke)จุดนี้ มีลักษณะเลียนแบบธรรมชาติได้เหมือนจริง ๆ ค่ะ หินทุกก้อนถูกวางเรียงเหมือนมีมาเองตามธรรมชาติ ภาพแรกนี้ถ่ายตอนที่น้ำยังมาไม่ถึง
ภาพนี้เราจะเห็นความสวยงามของน้ำตกนี้ที่สะพานโค้งแห่งนี้ และจากสะพานลงไป ก็ยังเป็นน้ำตกขั้นเตี้ย ๆ อีก
จากน้ำตกขั้นเตี้ย ๆ ในภาพบน น้ำก็ไหลต่อผ่านสะพานที่สอง เราจะเห็นสะพานโค้งข้างหลังซึ่งน้ำหยุดไหลแล้วและน้ำกำลังไหลอยู่ใต้สะพานที่สอง
จากนั้นเราก็มาถึงจุดที่สวยมากที่สุดอีกจุดหนึ่งของน้ำตก คือ Aquädukt ที่เห็นข้างล่างนี้
เราเดินอย่างสบาย ๆ ตามน้ำลงเขามาเรื่อย ๆ จนถึงสระน้ำหน้าวัง พอน้ำมาถึงจุดนี้ก็จะพุ่งขึ้นสูงมาก
และภาพสุดท้าย เมื่อน้ำอ่อนกำลังลง น้ำพุก็จะค่อย ๆ เตี้ยลง และหายไปในที่สุด จากจุดที่น้ำเริ่มไหลออกมาจากยอดเขาจนถึงน้ำพุข้างล่างนี้หยุด จะใช้เวลาทั้งหมดประมาณชั่วโมงครึ่ง
อันนี้เป็นวีดีโอที่เต่าเขียวถ่ายมาค่ะ