10. Juli 2012
ที่เต่าเขียวเรียกสวนนี้ว่า Schrebergarten สำหรับผู้ที่ไม่ได้อยู่ในประเทศเยอรมัน ก็อาจจะงง กันนิดหน่อย ว่ามันคืออะไร คือ แต่แรกเริ่ม มันคือสวนสำหรับคนจนที่อาศัยอยู่ในเมืองค่ะ ในแต่ละเมืองในประเทศเยอรมันจะมีพื้นที่ส่วนหนึ่งที่ คนจนสามารถเช่าได้ในราคาที่ไม่แพง สำหรับทำสวน ปลูกผักผลไม้ เป็นการแบ่งเบาค่าใช้จ่ายของตนเอง

ทีนี้ คนที่อาศัยอยู่ในเมืองนี่น่ะ ก็ไม่ได้มีแต่เฉพาะคนจนเท่านั้น คนที่มีอันจะกินส่วนหนึ่งก็อาศัยอยู่ในตึกในเมือง ซึ่งก็ไม่มีสวนเป็นของตัวเองเช่นกัน Schrebergarten ที่เห็นในภาพ เป็นสวนหนึ่งซึ่งอยู่ในทำเลที่ดีมาก ๆ คือ ข้าง Berggarten ซึ่งเมื่อประมาณ 300 กว่าปีก่อน Berggarten นี้ มันคือพื้นที่ที่ใช้ปลูกผัก ผลไม้ สำหรับราชวงศ์ ที่ครองเมือง Hannover ในสมัยนั้น (ปัจจุบัน คือ สวนโบทานิค)

ทีนี้เมื่อมีการนำพื้นที่ส่วนหนึ่งข้าง Berggarten มาทำเป็น Schrebergarten ขึ้น ซึ่งนับว่าเป็นทำเลที่ดีมาก ๆ เพราะเป็นพื้นที่สีเขียว ผู้ที่เข้ามาเช่าพื้นที่ตรงนี้ ส่วนหนึ่งจึีงเป็นชนชั้นกลางที่อาศัยอยู่ในเมือง ผู้เช่าสวนคนปัจจุบันเล่าว่า สมัยก่อน คนที่มีอันจะกิน ก็จะให้พี่เลี้ยงเด็ก นำคุณหนูลูก ๆ ของตน มาที่สวนที่เช่าไว้แบบนี้ เพื่อให้เด็กได้อากาศบริสุทธิ์ ได้เคลื่อนไหวร่างกายท่ามกลางแสงแดด เป็นต้น คือไม่ต้องไปไกลจากบ้านของตนมากนัก สวนนี้ไม่ได้ถูกนำมาใช้ในการปลูกผักสวนครัวเป็นหลัก เหมือนเป้าหมายเดิม

ผู้เช่าสวนแบบนี้ ก็จะต้องทำตามระเบียบที่ทางสมาคมวางไว้ อย่างแรกคือ สวนเหล่านี้ ไม่ได้มีไว้สำหรับอยู่อาศัย จะปลูกกระต๊อบเล็ก ๆ ได้ สำหรับเก็บของหรือพักผ่อนชั่วคราว จะห้ามไม่ให้มี เครื่องทำความร้อน ไม่มีน้ำประปา หรือ ห้ามสร้างส้วมไว้ด้วย คือห้ามอยู่แบบถาวรนั่นเอง ทีนี้กระต๊อบที่เห็นในรูป จะเรียกว่ากระต๊อบก็คงจะไม่ได้ เพราะมันมีลักษณะเป็นบ้านขนาดจิ๋วหลังหนึ่ง ที่ไม่มีเครื่องทำความร้อน น้ำประปา และห้องน้ำเท่านั้นเอง

แสดงถึงฐานะของผู้เช่าในสมัยก่อน บ้านจิ๋วหลังนี้มีอายุมากกว่าร้อยปีแล้ว แต่แลดูสวย และโรแมนติคมาก ผู้เช่าคนปัจจุบันก็พยายามที่จะรักษามันเอาไว้ ข้างในผู้เช่าจัดเป็นห้องนั่งเล่นเล็ก ๆ มีโต๊ะ และโซฟา เท่านั้น วันที่เต่าเขียวมาดูสวนนี้ ฝนตก ก็เลยได้เข้าไปหลบฝนข้างใน รวมกับคนอื่น ๆ ที่มาดูสวนด้วยเช่นกัน ประมาณ 10 คน ก็แทบจะไม่มีที่ยืนกันเลยทีเดียว

ผู้เช่าสวนคนปัจจุบันซึ่งมีอาชีพเป็นสถาปนิกออกแบบสวน เค้าพูมใจในสวนของเค้ามาก พยายามรักษาสภาพเดิมของสวนไว้ให้ได้มากที่สุด เพราะมันเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ มีความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ซึ่งถ้าสิ่งเหล่านี้มันสูญไปแล้ว ก็คือสูญไปเลย มันเป็นสิ่งที่ไม่ใช่ว่าใคร ๆ สามารถมีกันได้ทุกคน

ซึ่งอันนี้ เต่าเขียวว่า มันเป็นนิสัยอย่างหนึ่งของชาวเยอรมันที่เต่าเขียวเห็นมาแล้วหลายราย คือ ความพยายามที่จะรักษาของเดิมไว้นาน ๆ ไม่ได้คิดว่าสิ่งใหม่ ๆ ที่มีขึ้น มันจะต้องดีกว่าของเดิมเสมอไป สวนนี้จึงเป็นสวนที่สวยโรแมนติคแปลกไปจากสวนอื่น ๆ ข้าง ๆ กัน ที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา