7. Januar 2015
เดือนมกราคมอย่างนี้ในประเทศเยอรมันยังอยู่ในช่วงฤดูหนาวค่ะ ระยะนี้ฝนตกบ่อยและลมแรง แต่น้ำในห้วยหนองคลองบึงต่าง ๆ ยังไม่ถึงกับเป็นน้ำแข็ง ต้นไม้โดยทั่วไปในขณะนี้ก็จะมีแต่กิ่งก้านให้เห็น นอกจากต้นไม้ที่เขียวตลอดปี เช่น Kirschlorbeer หรือ Buchsbaum หรือ สน ฯลฯ

เต่าเขียวจึงขอใช้โอกาสนี้ นำภาพของไม้เลื้อยชนิดหนึ่งซึ่งมีดอกสวยงามและมีกลิ่นหอม มาแนะนำให้ได้รู้จักกันค่ะ คือต้นไม้ที่มีชื่อว่า Blauregen ซึ่งเป็นชื่อในภาษาเยอรมัน แปลเป็นไทยได้ประมาณว่า ฝนสีน้ำเงิน (blau คือ สีน้ำเงิน และ Regen คือ ฝน) อีกชื่อหนึ่งของดอกไม้นี้คือ Wisteria

ในสวนของเต่าเขียวมีปลูกอยู่ 2 ต้น ต้นแรกดังที่เห็นในภาพที่หนึ่ง สองและสาม มีดอกเป็นพวงยาวประมาณ 50-60 เซ็นติเมตร ชื่อพันธุ์ chinesische Wisteria มีกลิ่นหอม จะเริ่มบานตอนปลายเดือนเมษายน ถึงเดือนพฤษภาคม

ส่วนในภาพที่สี่ ห้าและหก คือ Blauregen ต้นที่สองค่ะ เป็นสายพันธุ์ japanische Wisteria มีดอกเป็นพวงยาวประมาณ 70 เซ็นติเมตร ซึ่ดอกต้นนี้มีลักษณะยาวกว่าต้นแรก แต่ความหอมจะด้อยกว่าต้นแรก ดอกจะบานสะพรั่งพร้อมกันทั้งสองต้น ตัวดอกมีสีม่วงแซมด้วยเหลืองเล็กน้อยตรงกลาง ซึ่งสีม่วงนี้จะเป็นสีที่เห็นบ่อยมาก ส่วนอีกสีหนึ่งของดอก Wisteria ที่เคยเห็นแต่ไม่ค่อยบ่อยคือสีขาว ในระยะที่ดอก สวนของเต่าเขียวก็จะมีสภาพอย่างที่เห็นในรูป

เลยกลางเดือนพฤษภาคมไป ดอกของมันก็เริ่มร่วงไปจนหมด เหลือแต่ใบสีเขียว ต้น Blauregen นี้ยอดของมันงอกเร็วมาก เรียกว่าต้องคอยระวังตัดอยู่เสมอ ในเดือนสิงหาคม ต้น ก็จะออกดอกอีกครั้งหนึ่ง แต่ในครั้งที่สองนี้จะน้อยกว่าครั้งแรกมาก พอเข้าฤดูใบไม้ร่วง ใบของมันก็จะร่วงหมดเหลือแต่กิ่งให้เห็น

นับตั้งแต่ปลูก กว่าต้น และอีกอย่างหนึ่งที่ต้องบอกให้ทราบกันก็คือ ต้นไม้นี้เป็นต้นไม้ที่มีพิษตั้งแต่รากจนถึงเมล็ดของมันค่ะ

วันนี้เต่าเขียวก็ขอจบแต่เพียงเท่านี้ โอกาสหน้าเจอกันใหม่ค่ะ